What Makes Push Reel Mowers So Very Popular?

These days, technology has influenced our lives in many ways. When it comes to beauty of a house, a well-trimmed lawn can certainly add to the splendor. For trimming a lawn, there are various types of mowers available in the market. Despite the prevalence of wide variety of hi-tech gadgets, Push Reel Mowers are still in great demand.

Modern reel mowers are not only easy to push but they offer an economical solution to the users in number of ways. Many people think that reel lawn mowers are very hard to push. However, it is not true. A push reel mower has undergone variety of changes in the past two decades. Modern versions come equipped with different features to suit to varied needs of the users. You can opt for a heavy duty mower to a basic model depending upon your requirements.

If you are thinking about how to make a right choice from the different types of reel mowers available in the market, you can search the internet to find out more about them. You can browse the net for features and reviews of different models. Most popular models of Push Reel Mowers include:

Mclane Reel Lawnmower: Mclane has been a renowned name when it comes to lawnmowers.Thereis wide variety of models available to choose from. One can even choose to seek a cut path reel mower or a front throw reel mower. These come with an ergonomics design and a sturdy body.

Great States Push Reel Lawn Mower-304-14: For those looking for a healthier and cleaner looking lawn in less time find great help with this model. This mower provides clean and precise cut to the grass for an evened out and plush tone to the lawn. The easy roll wheels and smooth spinning wheels make it user friendly for all types of grasses.

Great States Deluxe Push Reel Lawn Mower-815-18: It is another option by Great States. The heat treated blades of this model stay sharper for longer period of time. This ensures a quality cut without any hassles. It also comes with height adjustment feature for easier rolling and turning.

Scotts Classic Push Reel Lawn Mower-2000-20: For all those looking for a light, easily maneuverable, and economical option, this mower can serve the purpose optimally. It is quiet and can cut your lawn in very less time. It is easy to push and comes with 5-blade technology.

Using a push reel mower comes with variety of benefits. It is free of noise and air pollution. It can also help the users shed off extra pounds by its pushing technique. You can now mow your lawn anytime and your neighbors will not complain about your noisy mowing. It is, however, important that you do some research before zeroing on any particular model.

Buy The Best Push Reel Lawn Mower

โปรโมทแฟนเพจ

โปรโมทแฟนเพจ

ไลค์พลัส! คือบริการที่คุณสามารถโปรโมทแฟนเพจได้ฟรี โดยหลักการทำงานมี 2 ส่วนคือ ส่วนของการโปรโมทแฟนเพจให้คนมากดไลค์ และ ส่วนเจ้าของแฟนเพจหาเครดิต (หน่วยของเครดิตคือ พลัส!) วิธีการนี้จะทำให้เครดิตหมุนเวียนไม่มีที่สิ้นสุด ท่านสามารถหาคนมากดไลค์ เพื่อให้สินค้าของท่านเป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น

ไลค์พลัส! ทำงานยังไง

หลักการก็คือว่าเมื่อท่านได้สมัครสมาชิกจะได้รับเครดิต 50 พลัส! โดยส่วนนี้ท่านสามารถเพิ่มแฟนเพจของท่านลงในสารบบ แล้วกำหนดราคากดไลค์ได้ เช่นในหน้าแชร์แฟนเพจส่วนสมาชิก ท่านสามารถตั้งราคาพลัสได้ว่า ถ้ามีเพื่อนๆมากดไลค์ท่านจะจ่ายเครดิตเท่าไหร่ มีตั้งแต่ 1-10 พลัส! โดยยิ่งตั้งราคาไว้สูง ยิ่งมีคนมากดไลค์มากขึ้นตามลำดับ

ยังไม่จบถ้าท่านหมดเครดิตจะยากตรงไหน ท่านก็ไปกดไลค์แฟนเพจของเพื่อนๆที่เข้ามาโปรโมทสิครับ ท่านก็จะได้รับพลัสเพิ่มเช่นกัน เช่นเขาตั้งค่าเครดิตต่อหนึ่งคนกดไลค์ไว้ที่ 3 พลัส! ถ้าท่านกดไลค์ให้เขา ท่านก็จะได้รับ 3พลัส! ของเขาแล้ว

ระบบนี้จะทำให้เกิดการกดไลค์อย่างไม่สิ่้นสุด ใครว่าการทำการตลาดบนเฟสบุ๊ค เป็นเรื่องที่ลงทุนสูง ไม่จริง ขอคอนเฟิร์ม

จุดเด่นของระบบ

ใช้งานง่ายไม่ยุ่งยาก กดไลค์ให้แฟนเพจคนอื่น แล้วโปรโมทแฟนเพจตัวเอง

ค่าใช้จ่ายตำ่ หรือ ไม่มีค่าใช้จ่ายเลย ถ้าต้องการทำเรื่อยๆแบบไม่รีบร้อน

การตลาดบนเฟสบุ๊ค คือเรื่องง่ายๆ ไม่ต้องจ่ายแพงก็มีคนกดไลค์แล้ว

หรือนี่เป็นแผนการ ปลุกฟิล์มดัง ตั้งกระแส แปลเจตนา โดยเฮียฮ้อ กันแน่ บทวิเคราะห์

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 4 ตุลาคม 2553 11:41 น.

พจน์ อานนท์ รุกฆาต “แอนนี่ บรู๊ค” ในฐานะ กุนซือใหญ่ของอาร์เอส และ “ฟิล์ม” รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ เบื้องหน้าแสดงความเห็น อาศัยจังหวะ และโอกาส สวมบทผู้กำกับ จัดฉาก หาโลเกชันให้คุณแม่โคมมนต์และซุปตา (ซูเปอร์สตาร์) อย่าง “ฟิล์ม” รัฐภูมิ รวมถึงการเขี่ยลูก ปล่อยข่าวลือเปิดตัวละครเก่ามาเล่าใหม่ เพื่อสร้างความตึงเครียดให้กับแอนนี่ บรู๊ค

“ฟิล์ม” ซุปตา ไม่ถึงดวงดาว
ผู้ที่พา “ฟิล์ม” รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ เข้าวงการคือ สมยศ ศรีสมบูรณ์ ภาพแรกที่เห็นฟิล์มในวงการคือ เด็กผู้ชายในชุดนักเรียน ขาสั้น จากโรงเรียน “จันทร์หุ่นบำเพ็ญ” ที่ ผอมแห้ง แรงน้อย ตัวร้อนผ่าวตลอดเวลา? แต่หน้าตาดี

ในแวดวงการแสดง ฟิล์ม เริ่มจากการเป็นตัวประกอบให้กับภาพยนตร์เรื่อง “ว้ายบึ้ม เชียร์กระหึ่มโลก” (2546 – ชื่อเดิมของหนังเรื่องนี้คือ “บูมบาลังก้า ตีลังกาเชียร์”) และ “ปล้นนะยะ” (2547)
ในวงการแฟชั่น “หนึ่ง” ศิริพงษ์ เอกอาวุธ บรรณาธิการฝ่ายแฟชั่นนิตยสารเธอกับฉัน บอกกับพจน์ อานนท์ ซึ่งตอนนั้นเป็นบรรณาธิการบริหารว่า นายแบบที่นัดไว้ไม่มา น่าจะเอาฟิล์มมาถ่ายแบบ เพราะมีสัดส่วนความสูงไล่เลี่ยกับนางแบบ มาริสา แอนนิต้า ทันทีที่หนังสือเล่มนั้นวางแผง กองบรรณาธิการไม่เป็นอันทำอะไร เพราะเด็กๆโทร.มากรี๊ดกับนายแบบหน้าใหม่ จากนั้นได้มีการนำฟิล์มมาถ่ายแฟชั่นคนเดียว และนิตยสาร “เธอกับฉัน” สนองตอบฟิล์มด้วยคอลัมน์โน้น คอลัมน์นี้ ติดต่อกัน ทุกๆ 15 วัน จากนั้นฟิล์มก็ถูกนิตยสารเล่มอื่นๆทาบไปถ่ายแบบด้วยเช่นกัน

นับเป็นปรากฏการณ์นายแบบของนิตยสาร “เธอกับฉัน” ที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากที่เคยสร้างปรากฏการณ์ทำนองนี้มาแล้วกับ “มอส” ปฏิภาณ ปฐวีกานต์, “เต๋า” สมชาย เข็มกลัด และ “โมทย์” ปราโมทย์ แสงศร

ในวงการเพลง อาร์เอสฯ ขณะนั้นกำลังภูมิใจนำเสนอ “แดน – บีม” ในฐานะนักร้องคู่ดูโอของค่าย เมื่อพจน์ อานนท์ พาฟิล์ม ซึ่งขณะนั้นยังเป็น ศิลปินฝึกหัด ของ บริษัท อาราทิสต์ แมนเนจเม้นท์ จำกัด ในเครือจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ ไปที่บริษัทอาร์เอสฯ ชื่อ ชั้น การเป็นศิลปินฝึกหัดของค่ายคู่แข่ง แม้ว่าอาจจะได้เป็นศิลปินหรือไม่ได้เป็น ก็ย่อมมีราคาและน่าสนใจ เพราะ อาร์เอสฯ เคยประสบความสำเร็จในการปั้นและดัน อดีตศิลปินฝึกหัดของแกรมมี่มาก่อนหน้า คือ “ดัง” พันกร บุณยะจินดา

รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ทิ้งผลงานมิวสิกวิดีโอเพลง “ช่องว่างในหัวใจ” ของ “เสือ” ธนพล อินทฤทธิ์ ไว้ให้แกรมมี่ ดูต่างหน้า บอกลาอากู๋ เพื่อไปซบอก อาเฮีย

และได้เข้าสู่ขั้นตอนและกระบวนการพัฒนาศิลปิน ระหว่างนี้ เขามีผลงานในฐานะพิธีกรรายการทีวี แต่แรกเฮียฮ้อ และ “ชมพู” สุทธิพงษ์ วัฒนจัง ตั้งใจให้ฟิล์มเป็นแค่นักร้องคั่นเวลา แต่ความหล่อบาดใจของฟิล์มนี่แหละที่เป็นตัวกระชากความสำเร็จมาครองในชั่ว เวลาข้ามคืน แม้แต่ฟิล์มก็ยังเคยยอมรับว่า เพลงชุดแรก เสียงห่วยมาก !!

อาร์เอสฯไม่อาจทานกระแสจึงทุ่มโปรโมตให้ฟิล์มเป็นนักร้องแถวหน้า วาดฝันที่จะให้นักร้องหนุ่มคนนี้เป็น “ซูเปอร์สตาร์” ตอนนั้น ทุกเรื่องราวของฟิล์มมีลิขสิทธิ์หมด ขายกันแบบยกแพก ตั้งแต่ อัลบั้มเพลง, ละครโทรทัศน์ “หัวใจลัดฟ้า” (ละครเรื่องแรกของไทยที่ไปถ่ายทำถึงเกาหลี) จนถึงพ็อกเกตบุ๊กอย่าง Say HI by FILM ในช่วง 3 เดือนแรก พ็อกเกตบุ๊กเล่มนี้ตีพิมพ์ซ้ำทุกเดือน
ฟิล์มถูกต้นสังกัดสร้างภาพลักษณ์ใหม่ แม้แต่นิตยสาร Front ซึ่งเป็นสิ่งพิมพ์ในเครืออาร์เอส ถึงขนาดต้องเปลี่ยนเพลตกะทันหัน เพียงเพราะเอารูปฟิล์มถ่ายแบบเห็นหัวนมขึ้นปก ทว่าเมื่อสิ้นกระแสฟิล์มฟีเวอร์ ปี 2551 ความเพียรพยายามที่จะกู้ฟิล์มให้กลับมาอีกครั้ง ปรากฏอย่างเด่นชัดในละคร “เสน่ห์นางงิ้ว” ฟิล์มต้องมารับบท “นักมวย” ที่ขายและโชว์หุ่นตลอดเวลา

การข้ามหน้าศิลปินคนอื่นในค่ายเดียวกัน ทำให้ฟิล์มถูกวัดกำลังอยู่หลายครั้งในช่วงที่ฟิล์ม กำลังหลงใหลได้ปลื้มอยู่กับชื่อเสียงท่ามกลางความประมาท เริ่มจาก “แฟกซ์ปริศนา” ที่ถูกส่งไปตามสำนักพิมพ์ต่างๆ เรื่องนักร้องหนุ่มทะเลาะกับเพื่อนในโรงเรียน โดยคู่กรณีได้แจ้งข้อหา “พยายามฆ่า” ไว้ กรณีนี้ไม่สามารถทำอะไรฟิล์มได้ และหลังเหตุการณ์นี้ราว 6-7 เดือน ฟิล์มก็เกิดกรณีของ “เสี่ยอู๊ด” สิทธิกร บุญฉิม

น้ำผึ้งหยดนี้ เกิดจากเหตุที่ฟิล์ม รัฐภูมิ ส่งดอกไม้ช่อโตไปให้กับ หยาดทิพย์ ราชปาล ในวันวาเลนไทน์ แทนที่จะเป็นเสี่ยผู้มีอุปการคุณ ต่อฟิล์ม และครอบครัว “โตคงทรัพย์” ที่เคยล้มละลาย หลายอย่างฟิล์มและครอบครัวได้รับการค้ำชูจากเสี่ยทั้งสิ้น

จากปรากฏการณ์นี้ ชี้ให้เห็นอย่างหนึ่งว่า ฟิล์มเป็นคนชอบวิ่งหนีความจริง และมีนิสัยไม่ชอบพูดความจริง ดังนั้น ในกรณีนี้ จึงโกหกคนทั้งประเทศว่า เสี่ยอู๊ดเป็นเพื่อนของแม่ !!

เสี่ยส่งสัญญาณไปให้กับฟิล์ม โดยผ่าน “คนสนิท” แต่ ณ เวลานั้น ใครก็ทราบว่า คนที่จะเข้าถึงฟิล์มนั้น ยากและมีขั้นตอนมากมายนัก อีกทั้งหลังจากที่ฟิล์มทราบข่าว แทนที่จะรีบเคลียร์ทันที กลับเลี่ยงหลบ ไม่ไปตามนัดทั้งที่นัดกันเป็นดิบดีแล้ว ผลอย่างที่เราเห็นและรับทราบ เสี่ยอู๊ดแฉหลักฐานความสนิทสนมกับนักร้องหนุ่มมากมาย เพื่อบอกสังคมว่า ตนหาใช่เพื่อนของแม่ ตามคำโกหกของฟิล์มไม่ !!

นิสัยจอมเจ้าชู้ ป้อไม่เลือกที่ทางของ “ฟิล์ม” รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หวานใส่ตั้งแต่แฟนคลับ ไปจนถึงผู้หญิงในวงการหลายคน ไม่ว่าจะเป็น “ฝ้าย” – อริญรดา ปิติมารัชต์ ส่วนรายล่าสุดคือ เจนนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ นางเอกจากละครเรื่อง “สวย เริด เชิด โสด” คนอื่นๆในอดีตที่เคยเป็นข่าวเช่น “ขวัญ” อุษามณี ไวทยานนท์, หยาดทิพย์ ราชปาล, มด คุณัชญา, แก้ว (เฟย์ ฟาง แก้ว นักร้องร่วมค่าย) รวมถึง ลี ดาเฮ สาวเกาหลี

เรื่องนี้คุณทราบไหม !! “อี๊ด” วงโปงลางสะออน ไม่วิสาสะกับ “ฟิล์ม” รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ เพราะฟิล์มเคยคว้า “ไห 2 ใบ” ของวงโปงลางสะออนไปดีดเล่น !?

พจน์ อานนท์ กุนซือ& ผู้กำกับ
กรณีของ “ฟิล์ม” รัฐภูมิ และ “แอนนี่” รุ่งนภา แก้วไทรหาญ (บรู๊ค)

หลังจากที่ฟิล์มแถลงข่าวครั้งแรก เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2553 เวลา 14.30 น. ช่วงหัวค่ำวันนั้น …เขาเริ่มต่อสาย เลือกคุยกับผู้ใหญ่หลายคน โดยเฉพาะกลุ่มเกย์ที่คอยให้กำลังใจเขาอยู่ห่างๆ ก่อนที่พจน์ อานนท์ จะนำความบางประโยคของฟิล์มมาเผยแพร่ในรายการ “ เรื่องเล่าเช้านี้” และ “เช้าดู วู้ดดี้” นั้น บรรดากลุ่มเพื่อนๆของคนที่ฟิล์มโทร. หานั้น ทราบรายละเอียดในเรื่อง “ใส่ห่วง ทำหมัน แตกใน” ตั้งแต่คืนนั้นโดยพร้อมเพรียงกัน และทุกคนยืนยันตรงกันว่า ฟิล์มโทร.มาเล่าให้ฟัง !! ย้ำว่า ยังมีเรื่องหนึ่งในบทสนทนาขอกำลังใจของฟิล์มที่ไม่มีใครกล้าหยิบมาขยายความ นั่นคือ “ผู้หญิงอาชีพพิเศษ” !? ที่ฟิล์มกล่าวถึงในการสนทนาด้วย

ในระยะแรกนั้น พจน์ อานนท์ ลุกขึ้นมาปกป้องในฐานะที่คุ้นเคยและมีพระคุณกับ “ฟิล์ม” รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ จากนั้น ได้เปลี่ยนบทตัวเอง เป็น “กุนซือ” !! วางแผนและเหวี่ยงประเด็นจาก ดีเอ็นเอ โดยใช้ “จุดอ่อน” ของแอนนี่ บรู๊คมาสร้าง “จุดแข็ง” ให้กับฟิล์มและอาร์เอสฯ ด้วยการ “เบี่ยงประเด็น” จากดีเอ็นเอ ไปค้นหา “ผู้ชายของแอนนี่” ซึ่งทำให้บรรดาผู้สื่อข่าววิ่งตามหากันจนประสาทเสีย บางทีการไม่ได้ “ข้อสรุป” อาจจะนำไปสู่การตัดสินใจเลิกทำข่าวของคนคู่นี้ก็ได้

มาตรการจากเบาไปหาหนัก เริ่มต้นพุ่งไปหาแอนนี่ บรู๊คตามลำดับ

การวางแผนการทำประชาสัมพันธ์เชิงรุก อิงการให้ข่าวในสไตล์ “กอสสิป – ซุบซิบ” ไม่ใช่วิสัยของผู้ชาย และไม่ใช่ธรรมชาติของผู้หญิง ข่าวประเภทนี้เกิดขึ้นง่ายมาก เพียงแต่โทร.เล่าและลือกันไปแบบปากต่อปาก โดยที่จับมือใครดมไม่ได้ เพราะข่าวต้นฉบับก็อ้างว่า ได้ยิน ได้ฟังมาอีกทอดหนึ่ง !! จึงไม่น่าแปลกใจ เพราะหลังจากเปิดตัวละครหลัก อันได้แก่ ฟิล์ม – แอนนี่ – เฮียฮ้อ แล้ว … ข่าวได้รับการขยายความ ต่อยอดจากฐานนี้ลุกราวกับไฟลามทุ่ง

จัดฉาก ฟิล์ม – โคมมนต์
ผู้กำกับฯ นักประชาสัมพันธ์อย่าง พจน์ เริ่มเข้ามามีบทบาทในการจัดวางเรื่องนี้เมื่อถูก “เจ๊เบียบ” ระเบียบรัตน์ พงษ์พานิชออกมาฉะในรายการ “เรื่องเล่าเช้านี้” เบื้องหน้า พจน์ อานนท์ ขึ้นด่าระเบียบรัตน์ พงษ์พานิชว่า สาระแน !! ขณะเดียวกันก็ใช้ปากเขียนสคริปต์และวางตัวละคร พร้อมกำกับสดในแนวถนัด ให้คุณแม่โคมมนต์แสดงนำ เพื่อที่โยนบาปให้กับระเบียบรัตน์

เกย์มาเฟีย อริล้นวงการอย่าง “พจน์ อานนท์” ฆ่าได้หยามไม่ได้ โดยเฉพาะผู้หญิงตีโป่ง หน้าตาน่ากลัวอย่างเธอ !!

ดอกแรก – ให้ฟิล์มพาคุณแม่โคมมนต์ ทองมั่ง เดินทางไกลจาก อ.ปากช่องมายังโรงพยาบาล BNH ที่กรุงเทพฯ เพื่อลดกระแสสังคมที่กำลังกดดันฟิล์มอยู่ ความจริง… ถ้าบ้านไหนเจอเหตุการณ์นี้ ก็ต้องหามไปยังโรงหมอที่ใกล้ที่สุด แต่นี่กลับทำเรื่องที่ผิดวิสัย หามข้ามจังหวัด !! อาการของโรคไม่ชัดเจน ขณะเดียวกันก็มีการปล่อยข่าว “อย่าบอกต่อนะพี่ แม่ฟิล์มอาการหนักมาก อาจจะถึงขั้นเป็นอัมพฤกษ์”
ดอกที่สอง – เปลี่ยนที่นอนเพียงวันเดียว อาการคุณแม่โคมมนต์ก็สดชื่นกระปรี้กระเปร่าลุกขึ้นมาร่อนจดหมายถึงสรยุทธ ตัดพ้อกรณีระเบียบรัตน์ด่าลูกชายออกรายการ

ดอกที่สาม – เป็นลมคารถ เนื่องจากเครียดที่ลูกชายซึ่งเป็นเสาหลักของบ้านต้องมาตกงาน ไม่มีรายได้ ดังนั้น เธอจึงตามลูกชายไปเพื่อขอพบ ของานคืนจากเฮียฮ้อ เล่าแจ้งแถลงไขถึงความจำเป็นที่ต้องใช้เงินในบ้าน นั่งจิบน้ำชา ดื่มกาแฟคุยกันอยู่ชั่วโมงเดียว เฮียก็ขานรับ สะดวกโยธินด้วยกันทุกฝ่าย มีเหตุ มีผลรองรับ คืนงานให้ฟิล์ม เฮียยอมกลืนน้ำลายเพราะคุณแม่ขอร้อง !?

ฟิล์ม แถลงข่าว 2 ครั้ง ใช้บริษัทอาร์เอสฯ เป็นโลเกชัน ในขณะที่คุณแม่โคมมนต์เลือกใช้โลเกชันที่บ้านห้วยขวาง เพื่อให้นักข่าวดูว่า บ้านในระยะสุดท้ายกำลังทรุดโทรม แถมยังพูดคนละทางกับลูกชายเสียอีก บ้านหลังใหม่ที่บางบัวทองก่อสร้างเสร็จเมื่อไหร่ อย่าลืมพานักข่าวไปชมความอลังการที่ฟิล์มอุตส่าห์แสดงความกตัญญูด้วยความ หลากหลายวิธีการมาเพื่อค้ำจุนครอบครัว

พร้อมกันนั้น พจน์ อานนท์ได้ขานรับสิ่งที่เฮียฮ้อพูดเรื่องผู้ชาย 4 คนในคราวเดียวกับของแอนนี่ บรู๊ค

ลากผู้ชายออกมาเป็นข่าว
การแจกข่าวในกรณีนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นการปล่อยข่าวแบบปากต่อปาก เมื่อฝ่ายหญิงยืนยันที่จะไม่ตรวจดีเอ็นเอ ก็พลิกเกมด้วยการจัดฉากชุดเต็มชุดใหญ่ เพื่อให้แอนนี่ บรู๊คเป็นผู้หญิงมักมาก !! ดังที่เฮียฮ้อได้เปิดประเด็นเรื่อง ผู้ชาย 4 คนในวาระเดียวกัน ความจริง …เรื่องผู้ชายของแอนนี่ บรู๊คมีการเปิดโพลรายชื่อใหม่ๆตลอดทั้งวัน และคิดว่า ถ้าเรื่องดังกล่าวยังไม่ยุติ คงจะมีผู้ชายอีกมากที่ถูกลากออกมาร่วม “สามัคคีเพศ” … เพื่อใช้เหตุนี้ สร้างความชอบธรรมให้ฟิล์มหลุดจากการเป็นพ่อของลูก !! ตามที่แอนนี่ บรู๊คกล่าวอ้าง

วันที่ 1 ตุลาคม ชื่อของ “ว่าน” ธนกฤต พานิชวิทย์ ถูกปล่อยออกมาอีกแล้ว เนื่องจากได้เล่นหนังด้วยกัน ในเรื่อง “เหยิน เป๋ เหล่ (เซมากูเตะ) ซึ่งมีพจน์ อานนท์ เป็นผู้กำกับ !!

ในกรณีของ “จุ๊น” ลือและได้ยินครั้งแรก เมื่อวันที่ 25 กันยายน ก่อนที่จะเป็นข่าวอย่างเป็นทางการในวันแถลงข่าวของเฮียฮ้อ ในวันที่ 28 กันยายน

เช่นเดียวกับการปล่อย ผู้ชาย อักษร “ต” ผู้ช่วย ผู้กำกับกองถ่ายละคร “ปีศาจแสนกล” !! ขณะที่ชื่อของ “เต๋า” สมชาย เข็มกลัด ถูกระบุว่า เดินเข้าออกในคอนโดฯที่แอนนี่อยู่

“เต๋า” สมชาย เข็มกลัด อดีตสมัยที่เข้าวงการ ก็เป็นเด็กในสังกัดของพจน์ อานนท์ที่เอาไปฝากเป็นศิลปินในค่ายอาร์เอสฯ และผู้ชายอักษร “ต” ก็คือ “ต้น” ณัฐวุฒิ ชลลัมพี ลูกชายของ “แม่หนู” สรวงสุดา ชลลัมพี อีกคนที่มีพรายกระซิบมาบอกข่าว และกำลังควานหาตัวอยู่คือ “โอ๊ต” สุรชัย พิญช์พิสิฐานนท์ อดีตนักร้องวงเฟมัส ที่เคยถ่ายแบบนู้ดในอัลบั้มชื่อ Oatometic !! ซึ่งปัจจุบัน โอ๊ต เป็นแฟนกับ “เปรี้ยวAF2” อนุสรา วันทองทักษ์

คนนี้ รับรู้กัน คือ เมธี อมรวุฒิกุล ที่พจน์ อานนท์ เคยอ้างว่า แอนนี่ บรู๊ค เคยมาปรึกษาเรื่องโดนซ้อม !!

อย่างที่บอก สูตรในการลากผู้ชายออกมา เพียงแค่ “ร่วมงานกัน” เท่านั้น ส่วนใครจะตอบรับ – ปฏิเสธ ไม่เป็นไร ขอให้มีข่าวว่า แอนนี่ บรู๊คยุ่งกับผู้ชายมากที่สุดเท่านั้นเป็นพอ !! ไม่ต้องหล่อ รวย ตลกก็ได้วะ ! เพราะฉะนั้น จึงมี ชื่อของ โน้ต เชิญยิ้ม และเท่ง เถิดเทิง รวมอยู่ในงานสามัคคีเพศนี้ด้วย

โน้ต เชิญยิ้ม เป็นคนที่ชักชวน แอนนี่ บรู๊ค มาเล่นภาพยนตร์เรื่อง “อีส้มสมหวัง” ในบท “อีอ๋อย” โดยก่อนหน้านี้ เคยเล่นเป็นผัวเมียกัน ในละครซิตคอมเรื่อง “รักต้องซ่อม” และในภาพยนตร์เรื่อง “อีส้มสมหวัง” อีกเช่นกัน ที่ชื่อของ “เต้” ปิติศักดิ์ เยาวนานนท์ ถูกลากออกมาเกี่ยวข้องด้วย ขณะที่ เท่ง เถิดเทิง ก็มาจากการร่วมแสดงในละครซิตคอมเรื่อง “รักต้องซ่อม” และร่วมเครือ “เวิร์คพอยท์” เดียวกัน

เพราะซิตคอม และบางรายการของเวิร์คพอยท์นั้นมีแอนนี่ บรู๊ค ร่วมอยู่ด้วย

แม้แต่ “เสี่ยตา” ปัญญา นิรันดร์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะเจ้าของรายการ ชิงช้าสวรรค์ (แอนนี่ รับบทกะหล่ำ) , ซิตคอมเรื่อง “รักต้องซ่อม” , “รักริทึ่ม” รวมถึงที่กำลังจะออนแอร์ เรื่อง “มนต์รักมหานคร” อ้อ !! เกือบลืม กลศ อัทธเสรี นี่มาจากซิตคอมเรื่อง “รักริทึ่ม”

ส่วน “หน่อง” วุฒินันท์ ไหมกัน (ฝาแฝดของ สุรวุฑ ไหมกัน) แอนนี่ บรู๊คเคยคบค้ากันจริง ในอดีต เมื่อหลายปีก่อน ปัจจุบันฝ่ายชายมีลูก 2 และออกจากจากวงการไปแล้ว จึงไม่ถูกลากมาร่วมวง
ที่ฮายิ่งกว่านั้น!! ลากแม้กระทั่ง “เจ๊เฮีย” ปิ่น ณัฏฐนันท์ ฉวีวงษ์ บอสใหญ่แห่งค่ายทีวีซีน เพียงเพราะว่า เคยให้งานแสดงกับแอนนี่ บรู๊คติดต่อกันหลายเรื่อง

เป็นไปได้ยังไง ที่ผู้หญิงคนหนึ่งไปเป็น “นักแสดง” ของภาพยนตร์ – ละคร – รายการใด ก็ต้องมีเรื่องเกี่ยวข้องกับผู้ชาย !!

กรณีของ “จุ๊น” กิตติคุณ
อย่างที่เราทราบกันว่า “จุ๊น” กิตติคุณ สัมฤทธิ์พันธุ์สุข นักแสดงในสังกัดของช่อง 3 ที่ถูกเฮียฮ้อพาดพิงถึงนี้ ถ้ามองให้ลึก … มันก็มีเรื่องให้น่ากล่าวถึงอยู่ จริงอยู่ว่า จุ๊น เป็นเด็กในสังกัดของ “เอ” ศุภชัย ศรีวิจิตร แต่คนที่พาจุ๊นไปช่อง 3 ไม่ใช่ศุภชัย แต่เป็น “แอร์” คำรณ ปราโมช ณ อยุธยา (ผู้ก่อตั้ง, กรรมการผู้จัดการ, บรรณาธิการบริหารและผู้พิมพ์โฆษณา นิตยสาร Image) ที่มีความสนิมสนมคุ้นเคยกับสมรักษ์ ณรงค์วิชัย โดย “แอร์” คำรณ ปราโมช ค่อนข้างจะถูกอกถูกใจและคุ้นเคยกับจุ๊น เมื่อคราวที่ไปเป็นนายแบบให้กับนิตยสารเล่มนี้ ครั้งนั้นรูปร่างของจุ๊น ยังไม่ได้บวมอืดด้วยฤทธิ์เมรัยอย่างในปัจจุบัน

ทราบกันในวงการว่า สมรักษ์ ณรงค์วิชัย หัวหน้าฝ่ายผลิตรายการ ไทยทีวีสีช่อง 3ไม่ค่อยอยากจะสนทนา คบค้ากับ “เอ” ศุภชัย ศรีวิจิตร เท่าไรนัก เนื่องจาก “เอ” ศุภชัย ศรีวิจิตร เมื่อพาเด็กใหม่ๆ เข้าไปที่ช่อง 3 ไม่ผ่านไปตามขั้นตอน แทนที่จะเริ่มต้นพาไปรู้จักกับ “หัวหน้าฝ่ายผลิตรายการ” ที่ดูแลนักแสดงของช่อง 3 อย่างสมรักษ์ กลับอาศัยความสนิทสนมคุ้นเคยพาเด็กไปส่งให้กับ “ยุ้ย” อรอุมา มาลีนนท์ ลูกสาวของนายประวิทย์ มาลีนนท์

เด็กๆในกลุ่มนี้เช่น มาริโอ้ เมาเร่อ, ณเดช คูกิมิยะ, “หมาก” ปริญ สุภารัตน์ , “อุ่น” ปรียานุช อาสนจินดา, “กุ๊บกิ๊บ” สุมณทิพย์ เหลืองอุทัย เป็นต้น

เหตุหมางอีกเรื่องหนึ่ง มาจากละครเรื่อง “เพลิงทรนง” ของค่ายเมกเกอร์ วาย ของ “จ๋า” ยศสินี ณ นคร ลูกสาวของมยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช พระเอกคือมาริโอ้ เมาเร่อ ส่วนนางเอก ที่ สมรักษ์ เคาะมาให้คือ “แต้ว” ณัฐพร เตมีรักษ์ ซึ่งความจริง แต้ว นางเอกดาวรุ่งคนนี้เคยเป็นผู้ประกาศข่าว และพิธีกรรายการเด็กของช่อง 7 สีมาก่อน จนเมื่อ “เอ” ศุภชัย กล่อม พามาให้ที่ช่อง 3 เป็นคนแรก ต่อมา ทั้งแต้วและเอมีเรื่องบาดหมางขนาดไม่มองหน้ากัน ด้วยเหตุที่ว่า แต้วไม่ยอมจ่าย 30 เปอร์เซ็นต์ ของค่าตัวจากละคร “น่ารัก” และ “ยิ่งเกลียดเธอยิ่งเจอรัก” ตามที่ตกลงกับ “นายหน้า” ผู้เป็นร่างทรงของเอ เอาไว้

การณ์ครั้งนี้ สมรักษ์ รับรู้แต่ไม่รับทราบ!!! และไม่ยอมเคลียร์ให้ ชื่อ “แต้ว” ณัฐพร เตมีรักษ์ จึงถูกเขียนในใจ “เอ” ศุภชัย สำทับตัวเน้นด้วยคำว่า “เนรคุณ” กำกับไว้ตั้งแต่บัดนั้น

เมื่อ “เอ” ศุภชัย ทราบว่า แต้วต้องมาเล่นคู่กับมาริโอ้ เมาเร่อ ก็พยายามทุกวิถีที่จะเข้าไปสกัดจุดดาวรุ่ง จนมยุรฉัตรต้องออกโรงบอกกับ “เอ” ศุภชัย ว่า ให้แยกระหว่างเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงาน เพราะแต้วได้รับการอนุมัติจากฝ่ายรายการตามขั้นตอนแล้ว !! ซึ่งมิใช่ใครอื่น “สมรักษ์ ณรงค์วิชัย” นั่นเอง
กรณีของจุ๊นผู้ใหญ่อย่าง สมรักษ์ ณรงค์วิชัย เองแทนที่จะปกป้องนักแสดงในสังกัด กลับลากนักแสดงออกมายุ่งเกี่ยว !! ให้เป็นเรื่องจนได้

สำหรับ “จุ๊น” กิตติคุณ สัมฤทธิ์พันธ์สุข ไม่ได้เป็นนักแสดงแถวหน้าของช่อง 3 อีกอย่างความที่เจ้าตัวหนักไปทางสนุกสนานสิงสู่อยู่ที่ Funky Villa ย่านเอกมัย ถี่และบ่อย ทำให้นักแสดงหนุ่มบวมฉุ เป็นหมูขึ้นอืด แต่อาศัยว่า บ้านรวย ถึงจะไม่มีงานละครก็ไม่ลำบาก !! ระหว่าง “ฟิล์ม” รัฐภูมิ โตคงทรัพย์กับ “จุ๊น” กิตติคุณ สัมฤทธิ์พันธุ์สุข ถ้า สมรักษ์จำเป็นต้องเลือกและเชือด ก็คงไม่แปลก !?
และถ้ากระบวนการทั้งหมดมี พจน์ อานนท์ เป็นกุนซือใหญ่ !! ก็อย่าลืมว่า “เอ” ศุภชัย ศรีวิจิตร ก็มีเรื่องบาดลึกกับพจน์ อานนท์ เช่นกัน เมื่อคราวสงครามศึก “นักปั้น”

การแถลงข้อเท็จจริงของสมรักษ์ ณรงค์วิชัย คงไม่ใช่การฉลองตำแหน่งใหม่ ใช่ไหม !?

ไม่อาจปฏิเสธว่า สายสัมพันธ์ที่ซี้ปึ้กระหว่างพจน์ อานนท์ กับอาร์เอสฯนั้นที่มีมานานกว่า 10 ปี ย่อมไม่ธรรมดา ความไว้เนื้อเชื่อใจนี้ เฮียไม่เคยขัด ถ้าพจน์ “ขอ” วันนี้ อาร์เอสฯ ตกรางวัลส่งมอบ “แทค” ภรัญญู โรจนวุฒิธรรมมาเป็น “ผี” สระน้ำ เดินนุ่งกางเกงว่ายน้ำ โชว์เป้าตุงในหนังเรื่อง “หอแต๋วแตก แหกชิมิ”

วันนี้ เมื่อพจน์ อานนท์ เห็นว่า ไม่มีคิวให้ข่าวเรื่องฟิล์มกับแอนนี่ บรู๊คจึงพานักข่าว ไปชมเป้าตุงๆของแทคกันที่กองถ่ายใบปิดภาพยนตร์

หมายเหตุ : เมื่อกลุ่มสตรีแจ้ห่ม ลำปางจะออกจะเริ่มเคลื่อนไหวในวันจันทร์ ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่กองหนุนจากแฟนคลับ “ฟิล์ม แฟมิลี่” ก็จะออกมาสนับสนุนให้กำลังใจฟิล์ม ในบ่ายวันเดียวกันที่บ้านฟิล์มย่านห้วยขวาง ขณะที่เช้าวันจันทร์ ฟิล์มก็ออกมาเรียกความน่าสงสารด้วยการปล่อยข่าวว่ากินยาเกินขนาดจนต้องหาม ส่งโรงพยาบาล BNH ซึ่งเลื่องชื่อในความมิดชิดและยากแก่การตรวจสอบในกระบวนการข่าว เขียนสคริปต์รายวันเหมือนตอนกำกับหนังแบบนี้คือ … งานถนัดของพจน์ อานนท์ แต่อย่าลืมว่า การเรียกร้องความสนใจ ไม่ใช่วิสัยของผู้ชาย แต่เป็นธรรมชาติ (ผู้ที่กระเดียดไปทาง)ของผู้หญิง !!

บทสรุปนิยายเรื่องยาว อนาคตของแอนนี่กับลูกจะเป็นเช่นไร

ไม่เกี่ยวกับปัญหาอาชญากรรมตรง ๆ อ่านข่าวแล้ว จะจริงเท็จอย่างไร ? ต้องตามกันต่อไป แต่มีความรู้สึกสงสาร เห็นใจเธอ กรณี ดาราหญิงตั้งท้อง คลอดบุตร กล้ายืนยันตรวจดีเอ็นเอ หาผู้เป็นพ่อเด็ก เด็กลูกครึ่ง ดูอายุแล้วไม่น่าจะเท่าไหร่? หากเป็นจริง ลูกผู้ชาย ต้องรับ ต้องรับผิดชอบ ครับ ยังยกย่องเธอ ที่ไม่ฆ่าลูก หรือเอาลูกออก เหมือนกรณีทั่ว ๆ ไป ไม่ว่าจะจริงจัง จิงโจ้อย่างไร? บาปกรรมเปล่า ๆ ครับ หากจะทิ้งเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง ทั้งยังก่อให้เกิดปัญหาสังคมอีก นับว่า เป็นกรณีคล้ายกับเรื่องบิ๊กแอส  กับฝ้าย  ที่เคยเกิดมาแล้ว เรื่องแบบนี้ แม้จะไม่มีการร้องขอ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งรัฐ เอกชน มูลนิธิฯ มากมาย จะต้องออกมาช่วยเหลือ ให้ความเป็นธรรม การอดทน อุ้มท้องมา 9 เดือน คลอดมาแล้ว อีก 3 เดือน ถือว่าอดทนถึงที่แล้ว ไม่อย่างนั้น คงไม่กล้าออกมาเปิดเผย ทำให้รู้อะไรหลาย ๆ อย่างในวงการนี้ เงินทอง ซื้อไม่ได้ทุกอย่าง ครับ อยากจะบอกลูกเมื่อเติบโตขึ้นมาว่า แม่ขอโทษที่เป็นแบบนี้ หนูไม่ได้ขาดอะไร ไม่ได้มีปมด้อย หนูโชคดีกว่าคนอื่น “ที่มีพ่อกับแม่ในคนคนเดียวกัน ” สาว น้อย แอนนี่ บรู๊ค หรือ รุ่งนภา บรู๊ค ถีบตัวเองจากเด็กบ้านนอก จังหวัดลำปาง เข้าเมืองกรุงเพื่อมุ่งหน้าเรียนต่อจนสำเร็จวิชาพยาบาลเป็นดีกรีติดตัว ชีวิตในเมืองกรุงมันต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด แอ นนี่จึงเสริมรายได้ด้วยการรับงานเป็นพริตตี้น้อยเชียร์สินค้าหลากหลายแล้ว แต่จะมีคนว่าจ้าง บวกกับหน้าตาที่สวยเชี้ยบสไตล์นอก จึงมีคนทาบทามให้เป็นตัวประกอบรับแสดงละคร-หนังจิปาถะ ค่าตัววันละ 500 บาท ถูกหักหัวคิวไป 200 บาท เหลือมาถึงมือแค่ 300 บาท เธอก็กัดฟันยิ้มรับ ไม่โต้ตอบ กว่าจะปีนบันไดสู่ดาวได้ แอนนี่ก็ถูกหลอกไปแคสติ้งเล่นหนังอยู่หลายเที่ยว มานึกเอะใจก็ตอนที่ผู้กำกับสั่งให้แก้ผ้าเท่านั้นแหละ เธอรีบแจ้นหนีกลางคัน กลัวอยู่ไปไม่แก้ผ้าเปล่า…. อาจเสียตัวให้กับผู้ชายเป็นสิบ!!! กระทั่ง เค้าประกาศรับแคสติ้งบทนางเอก เชอรี่ แอน เรื่องราวของคดีดังฆ่าข่มขืน เธอจึงจัดแจงตัวเองเดินเข้าไปสมัครด้วยคน เพื่อหวังก้าวขึ้นสู่บทบาทใหม่ และความหวังของเธอก็เป็นจริง แอนนี่ได้รับเลือกให้ถ่ายทอดบท เชอรี่ แอน นั่นคือก้าวแรกที่ทำให้ทุกคนได้รู้จักกับเธอคนนี้ แอนนี่ บรู๊ค หลัง จากนั้นเราก็ได้เห็นผลงานของเอ ตามมาอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ละคร, เพลง , มิวสิกวิดีโอ , และภาพยนตร์ แต่ที่เป็นที่ฮือฮา คงจะหนีไม่พ้น การเปิดตัวพ็อคเกตบุ๊คฉาว “ผู้ชายเซ็กซ์ห่วย” บันทึกประสบการณ์ตรงจากชีวิตของเธอ เมื่อประมาณปลายปี 2549 บันทึกเรื่องราวความรักของแอนนี่กับผู้ชายแต่ละคนที่แอนนี่เคยคบมา โดยเธอให้เหตุผลกับการเขียนหนังสือเล่นนี้ว่า “…เป็นเรื่องราวความรักของแอนนี่กับผู้ชายแต่ละคนที่แอนนี่เคยคบมา ให้พูดตรงๆ แอนนี่เจอมาหลายรูปแบบแล้วนะ ทั้งหลอกแดกบ้าง หลอกฟันบ้าง เขาคงนึกว่าเราโง่มั้ง ผู้ชายมาไม้ไหน ทำไมเราจะไม่รู้ ผู้ชายบางประเภทก็เข้ามาเป็นหมาหยอกไก่ ทำมาพูดทีเล่นทีจริงออกแนวลามก บางคนขอมาหาเราที่ห้องเลยก็มี เป็นพระเอกช่องหลายสีนี่แหละค่ะ ถ้าผู้ชายมาลักษณะอย่างนี้แอนนี่ก็ไม่ขอคบอีกเลย บางคนโดนด่ากลับไปก็มีนะ คือมันทุเรศ เหตุผลที่แอนนี่ต้องนำมาเล่าให้ฟังก็เพราะอยากเตือนเป็นอุทาหรณ์กับน้องๆ ดาราที่เป็นผู้หญิงและเพิ่งเข้าวงการ เพราะบางคนอยากดังจนไม่คิดถึงภัยที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองเลย บางทีเราไม่รู้หลอกว่าไอ้คำว่าผู้ใหญ่ในวงการเนี่ย มันทำให้เด็กใหม่ต้องรู้สึกเกรงใจและต้องเสียตัวมานักต่อนักแล้ว เพราะไอ้คำว่าผู้ใหญ่ในวงการนี่แหละ….” “แอนนี่” พักอาศัยอยู่ที่คอนโดแห่งหนึ่ง เมื่อเข้าไปสอบถามกับผู้ที่พักอยู่ในคอนโดดังกล่าว ช่างเป็นความบังเอิญที่เจอคนที่พักอยู่ห้องใกล้กันกับ “แอนนี่” แต่เจ้าตัวไม่ขอเปิดเผยว่า ห้องของดาราสาวอยู่ชั้นไหนและห้องเบอร์อะไร จากนั้นแหล่งข่าวคนดังกล่าวก็ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “แอนนี่” ได้พักอาศัยอยู่ที่คอนโดหลังนี้มานานแล้ว ที่ผ่านมาไม่เห็นดาราสาวไปทำงานเหมือนช่วงก่อนหน้านี้ อีกทั้งรูปร่างยังดูอวบขึ้นกว่าแต่ก่อน ตนจึงคิดว่าคงแค่อ้วน ไม่คิดว่าท้อง และเป็นที่น่าสังเกตว่าจะได้ยินเสียงเด็กอ่อนร้องไห้ลั่นตึกตลอด ในใจก็ยังคิดว่าผู้เช่าห้องไหนมีลูก หรือมีคนย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ จน กระทั่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเห็นรถมาส่งของเป็นอุปกรณ์สำหรับเด็กอ่อน กอปรกับได้มาเห็นข่าวในวันนี้จึงทำให้ทราบว่า ที่แท้เป็น “แอนนี่” ที่มีลูก ซึ่งส่วนตัวรู้สึกสงสารดาราสาวที่ต้องเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้ เพราะ “แอนนี่” เป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยคุยกับใคร แต่ยิ้มแย้ม และสมถะ ไม่มีรถขับ ไปไหนก็ไปแท็กซี่ตลอด ตนไม่เคยเห็น “ฟิล์ม” โผล่มาที่คอนโดเลยสักครั้ง และก็ไม่เคยเห็น “แอนนี่” พาผู้ชายคนไหนมาด้วยเช่นกัน ทางด้าน “แอนนี่” ผู้ สื่อข่าวพยายามติดต่อและขอสัมภาษณ์ แต่เจ้าตัวไม่พร้อมจะพูดคุยเอง แต่ยอมเปิดเผยทั้งน้ำตาผ่านแหล่งข่าวคนใกล้ชิดว่า รู้สึกไม่พอใจหลังฟัง “ฟิล์ม” แถลงข่าวกับสื่อมวลชน จึงอยากจะจัดแถลงข่าวเร็วๆ นี้ เพื่อบอกเรื่องราวความจริงให้ทุกคนได้รับทราบ ดาราสาวยังกล่าวต่อถึงความมั่นใจที่ “ฟิล์ม” เป็นพ่อของลูกว่า ช่วงนั้นตนคบนักร้องหนุ่มเพียงคนเดียว จึงมั่นใจมากว่าเป็นลูกของอีกฝ่าย และตนก็ยินดีที่จะให้ตรวจ DNA เพื่อพิสูจน์ แต่มีข้อแม้ขอให้เป็นไปอย่างยุติธรรม ซึ่งอาจหันหน้าพึ่งมูลนิธิปวีณา ให้เป็นคนกลางเข้าช่วยเหลือ นอกจากนี้ดาราสาวยังประกาศชัดเจนว่า เรื่องราวทั้งหมดที่ออกมากลายเป็นข่าวดังอยู่ในขณะนี้ ไม่ได้อยากได้ค่าเลี้ยงดูจากฝ่ายชาย แค่อยากให้ทุกคนได้รับรู้ว่า ลูกตนมี “ฟิล์ม” เป็นพ่อเท่านั้น!! ??

แอนนี่ไม่ทนแล้วว้อย… ฟ้องร้องกระจายหมิ่นประมาท

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

แอนนี่สุดทน มอบมูลนิธิเพื่อนหญิงฟ้องกราวรูดหมิ่นประมาท …..

เมื่อ วันที่ 30 ก.ย. น.ส.สุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิสตรี มูลนิธิเพื่อนหญิง กล่าวว่า วันนี้ตนพร้อมทีมงานของมูลนิธิได้เข้าไปเยี่ยมแอนนี่ โดยมอบหมายให้เจ้าหน้าที่อยู่เป็นเพื่อนคอยดูแลสภาพจิตใจแอนนี่ ช่วยรับโทรศัพท์เพื่อบรรเทาปัญหาให้แอนนี่ เนื่องจากมีทั้งคนที่โทรมาดีและดีน้อย โดยมีบ้างที่โทรมาลักษณะข่มขู่ มาป่วนบ้าง แต่ยังไม่ได้มีการแจ้งความตำรวจแต่อย่างใด เท่าที่ตนไปตั้งแต่เวลา 10.30-13.30 น. ช่วง 3 ชม. ไม่พบว่ามีตำรวจไปบริเวณนั้น ส่วนเรื่องความปลอดภัยของแอนนี่กับลูก เท่าที่เห็นการดูแลรักษาความปลอดภัยคอนโดมีการเข้มงวด เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจสอบคนเข้าออกดีมาก ไม่มีบัตรเข้าไม่ได้ แม่บ้านคอนโดก็ดี ซึ่งตนได้บอกแอนนี่ว่าความจริงก็คือความจริง ถ้าเราไม่ได้ทำผิดก็ไม่ต้องหนีไปไหน  เพราะมีตัวอย่างคนที่ไปอยู่สหรัฐฯ อังกฤษ  แต่ก็ยังต้องเผชิญกับปัญหาที่ตามไปอยู่ดี

“กระแส ข่าวที่ลงข่าวมายาวนาน ตั้งแต่เฮียฮ้อแถลงข่าว ผู้ใหญ่รังแกแอนนี่ ผู้หญิงก็ต้องลุกมาปกป้อง มูลนิธิเพื่อนหญิงก็ต้องลุกมาช่วย เมื่อแอนนี่ถูกกล่าวหา ถูกหมิ่นประมาท วันนี้แอนนี่ได้ตัดสินใจใช้ช่องทางกฎหมายมาปกป้องตัวเองและลูกแล้ว โดยมอบหมายให้มูลนิธิเพื่อนหญิงเป็นผู้ดำเนินการ ตอนนี้มีทนายความจากหลายส่วนที่พร้อมยินดีมาช่วยดำเนินการร่วมกับทนายความ ของมูลนิธิ การทำงานทางกฎหมายต้องให้มีคุณภาพฟ้องร้องครอบคลุมเรื่องต่างๆที่ทำให้แอ นนี่และลูกเสียหาย”น.ส.สุเพ็ญศรีกล่าว


หัว หน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิสตรี มูลนิธิเพื่อนหญิง กล่าวอีกว่า ขณะนี้ตนได้มอบให้ทีมทนายความและเจ้าหน้าที่ 2-3 ทีม ดำเนินการรวบรวมข่าวหนังสือพิมพ์ สื่อต่างๆ และทวิตเตอร์ ข้อความอะไรที่ให้สัมภาษณ์ ใครพูดบ้าง ข้อความไหนบ้างทำให้เกิดความเสียหาย กล่าวหา หมิ่นประมาท ตนจะประมวลทั้งหมดแล้วร่วมกับทนายความอาวุโสของมูลนิธิพิจารณาฟ้องร้องให้แอ นนี่ โดยขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการทางกฎหมายทั้งหมด

“อยาก ขอร้องให้ทุกฝ่ายหยุดการให้ข่าวหรือนำเสนอข่าวที่ทำให้เกิดความเสียหาย ใครก็ตามที่ยังออกมาพูดอีกมาขุดคุ้ย หรือเสนอข่าว เราเข้าใจว่าเป็นอาชีพแต่หากทำให้เกิดความเสียหาย ขอให้รู้ว่ามีกฎหมายดำเนินการ ไม่ใช่เรื่องที่อยากจะทำอะไรกับใครก็ได้ มูลนิธิบอกแอนนี่แล้วว่าจะเป็นผู้จัดการแทนดำเนินการทางกฎหมายให้โดยไม่คิด ค่าใช้จ่าย หากต้องการต่อสู้ในประเด็นทางกฎหมายเรื่องนี้” น.ส.สุเพ็ญศรี กล่าว
ที่มา


พี่ชายฟิล์มประโคมข่าว ฟิล์ม เหมือนร่างไร้วิญญาณ หมอบอกถ้ามาช้าอาจไม่รอด

“พี่ชาย ฟิล์ม” เสียงสั่นเผยนาทีชีวิตฟิล์มเหมือนมีแค่ร่างไร้วิญญาณ ถ้าเจอช้ากว่านี้มีสิทธิไม่รอด หายดีเมื่อไหร่อยากให้ฟิล์มบวชเพราะกลัวจะเกิดเรื่องอะไรร้ายแรงกว่านี้ เผยที่ผ่านมาฟิล์มเครียดมากเพราะไม่สามารถพูดอะไรได้ แถมผู้ใหญ่ที่ออกมาปกป้องก็โดนด่า อยากให้ความจริงถูกเปิดเผยแม้จะใช้เวลารอคอย 5 – 10 ปีก็ตาม

หลังจากที่เมื่อช่วงเช้าของวันนี้(4 /ต.ค./53) นักร้องหนุ่ม “ฟิล์ม รัฐภูมิ โตคงทรัพย์” ได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล BNH ย่านสาธร เนื่องจากกินยานอนหลับเกินขนาดนั้น ล่าสุดเมื่อช่วง 17.00 น. ก็มีกลุ่มแฟนคลับในนาม “ฟิล์ม แฟมิลี่” ที่รวมกลุ่มกันร่วม 20 คน เดินทางมาเยี่ยมและมอบดอกไม้เพื่อเป็นกำลังใจให้กับนักร้องหนุ่ม โดยมีพี่ชายของฟิล์มอย่าง “แอร์ สมโภช โตคงทรัพย์” ทำหน้าที่รับแทน และได้เผยถึงเหตุการณ์ตอนที่ขึ้นไปจะปลุกน้องชายไปทำบุญ แต่ปรากฏว่าเหมือนคนไร้วิญญาณไปแล้ว เพราะไม่มีสติเลย ทำเอากลุ่มแฟนคลับถึงกับปล่อยโฮเลยทีเดียว

“ตอนเช้าคือนัดกันไว้จะทำบุญ ผมจะพาน้องไปใส่บาตรแถวบ้าน และตกลงกันไว้ว่าแม่เขาจะไปบวช ผมก็เลยขึ้นไปปลุกเขาที่นอนอยู่กับเพื่อน 2 คน พอขึ้นไปปลุกก็เงียบ ก็ไม่ได้คิดอะไร คิดว่าคงง่วงล่ะมั้ง ผมก็ใช้มือสะกิดๆ เฮ้ยๆ ตื่นๆ คือปกติเขาจะไม่ค่อยตื่นอยู่แล้ว แต่ก็จะลุกขึ้นมาบอกว่าแป๊บนึงน่าหรือว่าอะไรอย่างนั้น แต่นี่นิ่งไปเลย ผมก็เลยบอกเพื่อนว่าปลุกหน่อยซิ เขาก็บอกโหพี่ผมง่วงมากเลย เพราะฟิล์มน่ะกินยานอนหลับไปด้วย เขาก็ต้องง่วงกว่าผมอยู่แล้ว”

“ผมก็เลยบอกว่ามันแปลกนะ เพราะกินยานอนหลับมันก็น่าจะตื่นมาบ้าง แต่นี่นิ่งไปเลย ผมก็เลยรู้สึกแปลกๆ ก็เลยตบๆ คราวนี้ผมไม่เห็นมีปฏิกิริยา จับลุกขึ้นมาก็เหมือนเป็นร่างเปล่าๆ น่ะครับ ตอนนั้นผมก็ทำอะไรไม่ถูก เลยลองจับหัวใจดูก็ยังเต้นอยู่ ก็โอเคไม่เป็นไร ผมก็นึกขึ้นมาได้ว่าแม่เคยเข้าโรงพยาบาลที่นี่ก็เลยรีบคว้าเบอร์มาโทรหาดู แล้วก็บอกว่าน้องกินยาอะไรเข้าไปไม่รู้ครับ ก็บอกว่ารีบส่งรถพยาบาลมาให้ได้มั้ย เขาก็รีบส่งมาก่อนเลย”

Push Reel Lawn Mower Push Reel Lawn Mower

“ตอนนั้นผมก็จะช่วยกันหามแต่ก็ยกไม่ไหว และไม่อยากให้แม่รู้ด้วย เพราะผมเป็นพี่พอเห็นตอนนั้น(นิ่ง…น้ำตาซึม) ผมยังทำใจไม่ได้เลย แล้วถ้าเป็นแม่ผมล่ะจะคิดยังไง ผมก็เลยเงียบ แล้วก็ค่อยๆ ยกกันลงมา โทรไปตามเพื่อนๆ ใกล้ๆ บ้านอีกคนมาช่วยกันยก ทีนี้พอมาที่นี่ปุ๊บก็มีข่าว แม่ก็รู้ แต่ผมก็บอกไปแล้วว่าไม่มีอะไร น้องไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว ซึ่งตอนนี้ก็เป็นอย่างนั้นคือไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ก็เลยบอกแม่ไปว่าให้ไปบวชเหมือนเดิม อย่าออกมา ไม่ต้องมา เพราะว่าผมดูแลได้ ส่วนยายก็เหมือนกันก็ได้รับข่าว ยายก็ไม่ไหวเหมือนกัน ผมก็เลยโทรบอกน้าว่าฟิล์มเดินเล่นอยู่ที่บ้าน ไม่เป็นไร ยังไงก็ฝากให้ข่าวนี้อย่าไปรบกวนยายเลย”

เผยยาที่ “ฟิล์ม” กินเข้าไปอาจจะมีทั้งยานอนหลับของตัวเอง รวมไปถึงยาคลายเครียดของดารารุ่นพี่ “จิ๊ก เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์” ให้มาด้วย เลยทำให้อาการเป็นถึงขนาดนี้ และหมอบอกว่าถ้าตนเข้าไปพบช้ากว่านี้อาจจะไม่รอด

“ยาที่เขากินเข้าไปใช่ยาพี่จิ๊กรึเปล่าผมไม่แน่ใจ คือเหมือนกับว่าผมสันนิษฐานนะครับ คงได้รับยาพี่จิ๊กมาด้วย และมียาของเขาเองอยู่ด้วย แล้วเขาก็คงกินไปแล้วคงไม่เห็นเป็นอะไรก็เลยอาจจะทานเข้าไปอีกมั้งครับ อันนี้ผมสันนิษฐานนะ แต่เรื่องการทำร้ายตัวเองไม่มีแน่นอน ไม่มีทางครับ ไม่มีทางเกิดจากครอบครัวนี้เด็ดขาด ไม่มีทางเกิดกับน้องผมเด็ดขาด”

“ยาที่เหลืออยู่เห็นมีแผงละ 1-2 เม็ด ของพี่จิ๊กผมเห็นอยู่แผงเดียวนะครับ แต่ไม่ทราบว่าเขากินเข้าไปบ้างแล้วหรือเปล่าที่พี่จิ๊กบอกให้มา 2 แผง แต่ผมคิดว่าไม่น่ากินเข้าไปทั้งแผงนะ คงกินเข้าไปแผงเดียว เพราะฟิล์มเป็นคนที่ประมาทกับร่างกายตัวเองตรงที่ว่าเขาคิดว่าเขาเป็นคนแข็ง แรงครับ ผมคิดว่าเขากินเข้าไปแล้วคิดว่าไม่เห็นหลับ คงแข็งแรงมั้ง คงกินเข้าไปอีก แต่พอหลับก็เลยหลับไปเลย แต่ไม่มีทางครับที่จะมาคิดอะไรสั้นๆ แน่ๆ ช่วงที่ผ่านมาเขาก็ใช้ยา ไม่บ่อยนะครับ เพิ่ง 2-3 ครั้ง เห็นเขาเพิ่งพูดว่าบางทีก็ไม่ได้ใช้ บางทีก็ใช้ คือจริงๆ ปกติบ้านผมเป็นคนอารมณ์ดีอยู่แล้ว ใช้บ้างไม่ใช้บ้าง แต่มันคงไม่ถึงขนาดนี้ ไม่ได้ใช้ทุกวันครับ”

“ตอนนี้หมอก็ยังไม่ได้ว่าอะไรครับ แต่ว่าห้ามเข้าไปเยี่ยม แต่พอน้อง ผมรู้สึกตัวขึ้นมาปุ๊บ เขาก็ให้ผมเข้าไปหา แต่ตอนนั้นเหมือนน้องนึกว่ายังอยู่บ้านมั้งครับ ลุกขึ้นมาแล้วก็ล้มลงกับเตียงน่ะครับ พยาบาลก็เลยรีบตามผมไป แต่พอเขารู้สึกตัว ผมได้คุยกับเขาล่าสุดครั้งเดียวก็คือเหมือนฤทธิ์ยามั้งครับทำให้ลิ้นแข็งๆ ยังพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง ซึ่งเขาก็ยังไม่รู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา แต่ก็ยังไม่ได้ถามหมอละเอียดว่ารักษาอะไรไปบ้าง เท่าที่ทราบก็คือฉีดน้ำเกลือ เห็นตอนแรกเขาพูดว่าน้ำเกลือยังไม่มีน้ำหวานอะไรก็ไม่รู้ แต่ตอนหลังมีแล้วน้องก็เลยเริ่มรู้สึกตัวบ้าง แต่ไม่ได้ล้างท้องนะครับ แต่อาจจะฉีดคาร์บอนอะไรสักอย่างที่มันไปดูดพิษอะไรรึเปล่านี่แหละครับ”

“ตอนนี้เขาก็หลับอยู่ครับ ตอนคุยกับผมเขาก็งงๆ เบลอๆ ไปแป๊บนึงได้เท่านั้นก็กรนไปอีก ผมก็ออกมาเลย ก็คุยรู้เรื่องครับ แต่ลิ้นยังพันๆ อยู่ แต่ตอนนี้หายห่วงได้แล้วครับ ก็มีแค่ผมกับเฮียที่ได้เข้าไปเยี่ยม แต่สำหรับคนอื่นผมว่าอย่าเพิ่งมาเยี่ยมเลยครับ เพราะขนาดผมเองยังไม่ได้เข้าไปเลย ยกเว้นน้องตื่น เพราะว่าทางหมอกับพยาบาลอยากให้พักนานๆ พักไปก่อน คงรอให้ฤทธิ์ยามันออกไปก่อนน่ะครับ”

“แต่ไม่ทราบเหมือนกันว่าฤทธิ์ยาจะหมดเมื่อไหร่ แต่ตอนมาเขาบอกว่าถ้าเกิดผมไม่ไปปลุกทำบุญตอนเช้าก็คงไม่อยู่แล้วครับ เพราะหมอเขาบอกว่าถ้าเกิดมันออกฤทธิ์ครบมันก็จะอันตรายมาก ทำให้หัวใจหยุดเต้นได้ คือแค่ผมเห็นตอนเช้าผมก็พูดอะไรไม่ถูกแล้วครับ รนทำอะไรไม่ถูก พอโทรหารถพยาบาลเสร็จ ออกไปสตาร์ทรถถอยเข้าถอยออก งงไม่รู้จะทำอะไร เบลอไปหมด พอตั้งสติได้ก็เลยโทรไปเรียกเพื่อนมาอีกคนนึง แล้วก็รอรถพยาบาล”

เผยเรื่องที่ทะเลาะกับ “พจน์ อานนท์” ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้ “ฟิล์ม” กินยาเกินขนาด แต่เพราะวันนี้เตรียมมีแถลงข่าวพร้อมแฟนคลับ น้องชายจึงไม่อยากให้เห็นว่าโทรม จึงอยากพักผ่อนให้เต็มที่มากกว่า

“จริงๆ วันนี้จะนัดแถลงข่าว ก็คงอาจจะเห็นว่าทะเลาะกับพี่พจน์ด้วยว่าจะพูดหรือไม่พูด อันไหนไม่อยากพูดอะไรอย่างนี้น่ะครับ แต่ก็ไม่ได้ทะเลาะอะไรกันแรงหรอกครับ พี่พจน์ฟิวส์ของเขาอยู่แล้วแบบว่าต้องพูดความจริงอย่างเดียวเท่านั้น แต่สังคมนี้อย่าลืมครับพูดไม่ได้ครับ แต่เขาก็เข้าใจพี่พจน์นะครับ ทะเลาะยังไงก็ยังรักกันเหมือนเดิม แต่น้องก็อาจจะเครียดตรงนี้แหละ ครับว่าจะเอายังไงดี ก็อาจจะเป็นไปได้ เขาก็เลยกินยาเข้าไปอยากให้หลับ เพราะเขาก็ต้องการให้ตัวเองสดชื่นขึ้นในวันนี้เพื่อจะมาแถลงข่าวกับแฟนคลับ แล้วถ้าตัวเองโทรม แฟมิลี่คือกลุ่มแฟนคลับของเขาทั้งหลายก็จะรู้สึกไม่ดีไปด้วย ซึ่งฟิล์มเป็นห่วงตรงนั้นมาก ยังไงก็ต้องทำตัวให้เฟิร์มให้ดูดีไว้ก่อน เพราะถ้าโทรมและแฟนคลับร้องไห้ ฟิล์มก็คงไม่มีกำลังใจเหมือนกัน”

“แล้วฟิล์มเขาก็ได้ดูมิวสิควิดีโอ ที่แฟนคลับทำให้แล้วครับ เขาก็ร้องไห้ ผมดูผมก็ร้องไห้(เสียงสั่น นิ่งไป) เขาก็บอกว่าดูซิอย่างน้อยๆ ก็ยังมีคนที่เข้าใจ อย่างน้อยๆ เขาก็ยังมีคนที่เห็นใจ อย่างน้อยๆ ก็ยังมีคนที่รักเรา แต่ผมไม่อยากให้น้องๆ หรือใครร้องไห้นะครับ เพราะว่าน้ำตาของทุกคนจะทำให้บ้านผมและฟิล์มอ่อนแอลง เพราะพวกผมรู้สึกได้ถึงความรักที่ทุกคนมีให้ กลุ่มฟิล์มแฟมิลี่คือ ชีวิตของฟิล์มครับ เพราะเขาฝันมาตลอด นอกจากเลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่แล้ว เขาฝันมาตลอดที่จะเป็นดารา นักร้อง และคนเหล่านี้ที่คอยให้กำลังใจในผลงาน ไม่ว่าจะมีกระแสด่าว่ายังไง ไม่ว่าจะมีกระแสแรงแค่ไหน ยังมีคนเหล่านี้ไม่เคยทิ้งกัน เหมือนเพื่อนแท้ เหมือนเพื่อนตาย เหมือนครอบครัว”

“ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาเขาก็เครียดแหละครับ คือเขาพูดอะไรก็ไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้ แต่ผมก็ให้กำลังใจเขา บอกว่าให้อดทน เพราะว่าอะไรที่เป็นความจริง มันย่อมเป็นความจริงอยู่วันยังค่ำครับ อดทนเท่านั้น แต่เรื่องนี้จะจบยังไงนั้นผมว่าการจะจบได้ผมว่ามันต้องใช้เวลา ผมก็ ไม่รู้อนาคตหรอกนะครับว่าต่อไปมันจะจบดีหรือไม่ดี หรือมันจะเป็นยังไง ผมก็ไม่ได้อยากไปเรียกร้องอะไรกับใครมากมายหรอกครับ เพราะว่าสังคมปัจจุบันดีไม่ดียังไงเราก็ไม่สามารถพูดได้ เราไม่สามารถไปบอกได้”

บอกหลังจาก “ฟิล์ม” หายอยากให้รีบบวชอย่างที่เคยพูดไว้นานแล้ว เพราะถ้ายังไม่บวชอีกก็ไม่รู้จะเกิดเหตุร้ายอะไรอีกหรือเปล่า

“หลังจากนี้ถ้าเขาตื่นขึ้นมา อย่างแรกเลยแน่นอนเขาก็คงจะงงแหละว่าเกิดอะไรขึ้น อยู่ดีๆ ทำไมมาอยู่ตรงนี้ เพราะตอนแรกที่เขาตื่นขึ้นมาเขาก็ถามว่าทำไมเขามาอยู่ตรงนี้ ผมก็บอกว่าวูบไป คือก็ต้องคุยกันก่อนครับว่าเกิดอะไรขึ้น เป็นอะไร จริงๆ ก็อยากให้เขาบวชอย่างที่เขาได้พูดไว้ เพราะผมรู้สึกว่าพูดไว้นานแล้ว และก็จะมีอะไรเข้ามาสกัดไว้เรื่อย พองานเสร็จบอกจะบวชแล้ว ก็มามีเรื่องนี้อีก ก็เลยยังไม่ได้บวชซะที ถ้าคราวนี้ไม่ได้บวชอีกผมก็ไม่รู้ว่าจะไปขับรถชนอะไรที่ไหนเมื่อไหร่ ผมก็เลยว่าถ้าเสร็จตรงนี้ก็บวชดีกว่า ก็ไม่รู้จะยังไงนะครับ เพราะเห็นเขาบอกว่าเดี๋ยวบวชก็จะหาว่าเขาหลบผ้าเหลืองอะไรอีก ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่ผมไม่ค่อยอยากให้แคร์หรอกครับ”

“เขาร้องไห้บ่อยมั้ย ถ้าเจอเรื่องปกติไม่ร้องหรอกครับ แต่ถ้าเกิดว่าได้อ่านข้อความเป็นกำลังใจ มีคนรู้สึกดีๆ กับเราเข้ามา หรือว่ามีผู้ใหญ่ที่เขาเข้ามาช่วยเหลือแล้วเขาโดนด่าโดนว่า แต่เขาก็ไม่ได้ร้องทุกวันหรอกครับ ร้องก็ตอนที่เฮียออกมาแล้วโดนด่า พี่พจน์ออกมาแล้วโดนด่าโดนว่า แต่ไม่ว่าจะอะไรก็แล้วแต่ จริงๆ ก็กราบขอบคุณนะครับ แต่ผู้ใหญ่ท่าน ไหนก็แล้วแต่ ขอร้องนะครับว่าไม่ต้องเข้ามาแล้ว ถ้าท่านเข้ามาท่านก็ผิดอยู่ดี เพราะเราไม่มีสิทธิพูดอะไรอยู่แล้ว ผมก็บอกน้องว่าอดทนไว้ อดทนเท่านั้น ความจริงไม่นานก็ต้องโผล่ แค่อด ทนไว้เท่านั้นนะครับ ตอนนี้ใครเข้าใจผิดอย่างไร หรือใครจะพูดยังไง ไม่ต้องสน ไม่ต้องแคร์ อีก 5-10 ปี เขาค่อยมาเข้าใจเราวันนั้นก็ยังไม่สาย”

“เขาก็เคยมีเปรยๆ นะครับว่าเป็นคนของประชาชนอย่างนี้ก็มีบ้างที่ต้องมีกระแสมีอะไรพุ่งเข้ามา ใส่ แต่พอเขากลับมาดูเพื่อนๆ เขาแล้ว เขาก็บอกว่าไม่รู้เขาจะไปทำอะไร จริงๆ ที่บ้านก็ทำทัวร์นะครับ แต่เขารักทางนี้ เขารักคนที่รักเขา เขารักคนที่อยากจะดูเขา เขารักคนที่อยากดูผลงานเขา แม้จะมีกี่คนเขาก็รัก แม้จะเหลือแค่ 1-2 คนเขาก็อยากทำ แต่เขาไม่เคยบอกว่าจะไม่ทำงานในวงการนะครับ เขาแค่รู้สึกท้อ เพราะนี่คือชีวิตเขา แต่ถ้าจบจากเรื่องนี้เขาก็ยังคงจะยืนอยู่ แต่ไม่รู้ยังจะมีงานให้ทำรึเปล่าก็ไม่รู้ มันเป็นอนาคต แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร ผมก็ดูแลน้องได้เหมือนกัน ถ้าเขารักอะไรก็ทำไปเถอะครับ แต่ถ้าเขาทำแล้วไม่สำเร็จ ทำแล้วไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เราก็มีกันอยู่ดี ไม่จำเป็น”

จากนั้นกลุ่มแฟนคลับนำโดย “บอล ศุภวิชญ์ ขันธจิตต์” จึงได้เผยถึงความรู้สึกที่มีต่อ “ฟิล์ม” บอกไม่ว่านักร้องหนุ่มจะกลายเป็นพ่อคนจริงหรือไม่ กลุ่มแฟนคลับก็ยังคงจะติดตามผลงานและอยู่เคียงข้างนักร้องหนุ่มตลอดไป

“วันนี้ก็มาให้กำลังใจฟิล์มครับ ก็อยากให้หายไวๆ เรื่องข่าวก็ไม่ต้องไปคิดมาก เพราะยังไงพวกเราก็รักฟิล์มอยู่แล้ว และสิ่งที่ทำให้เขาเสร็จแล้วก็คือเป็นเอ็มวีครับ เพลง คือฉันรักเธอ ครับ ให้กับฟิล์มโดยตรงเลย เนื้อหาก็เหมือนกับว่าเมื่อก่อนเขาร้องให้แฟนคลับ ให้ฟิล์ม แฟมิลี่น่ะครับ ตอนนี้เราก็เลยอยากทำเพลงนี้คืนกลับให้เขา เป็นภาพบรรยากาศเก่าๆ ภาพแห่งความสุข แล้วก็ความหมายดีๆ ครับ ให้ฟิล์มไปแล้วครับ เขาเห็นแล้ว แล้วก็นอกจากเอ็มวีอันนี้ ก็จะมีเป็นข้อความอวยพรให้กำลังใจเขียนๆ แล้วก็เดี๋ยวใส่กรอบให้ครับ”

“พอทราบข่าวเมื่อเช้าก็ตกใจครับ เพราะก่อนหน้านี้ฟิล์มเขาไม่เคยแสดงอาการอะไรให้ฟิล์ม แฟมิลี่เห็นอยู่แล้ว แต่ก็บอกกับฟิล์มตลอดนะครับว่าไม่ต้องเครียด ทุกคนเข้าใจและรับได้ทุกอย่าง และเป็นกำลังใจให้ฟิล์มเสมอ จะอยู่ข้างฟิล์มเสมอไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ก็ อยากจะบอกว่าทุกคนก็อยากจะรู้ความจริงอยู่แล้วว่าเป็นยังไง ถ้าทุกอย่างจะจบได้ก็อยากจะให้แอนนี่ออกมาตรวจดีเอ็นเอเถอะครับ เพราะเป็นความต้องการของทุกๆ คนอยู่แล้ว เรื่องจะได้จบครับ”

“แต่เรื่องเป็นพ่อหรือไม่เป็นพ่อ พวกเราไม่ได้คิดถึงจุดนั้นอยู่แล้ว ถ้า ฟิล์มเป็นพ่อก็ไม่เป็นไรครับ พวกเรารับได้ทุกอย่าง แต่นิสัยของเขาแล้วเขาเป็นคนพูดความจริง ไม่เคยโกหกอยู่แล้ว ตอนนี้เราก็ยังเชื่อใจในสิ่งที่ฟิล์มพูดครับ ถึงแม้ว่าผลที่ออกมาจะเป็นลูกหรือไม่เป็นลูกก็ตามเราไม่ได้หวังถึงผลตรงนั้น อยู่แล้วครับ ฟิล์มเขาเป็นคนที่พูดความจริงอยู่แล้ว อย่างที่ออกมายอมรับน่ะครับ แต่ที่ผู้หญิงไม่ยอมตรวจผมก็ไม่แน่ใจว่าทำไมนะครับ ผมก็ไม่รู้ว่าเหตุผลของเขาคืออะไร แต่ทุกคนก็อยากให้ตรวจ เพราะเรื่องนี้จะได้จบลง แต่ยังไงเราก็ยังรักฟิล์มเหมือนเดิม ไม่ได้รักตรงที่ฟิล์มมีลูกหรือไม่มีลูกน่ะครับ”

“พวกเราก็ไม่ได้โกรธแค้นหรือว่าอะไรกับอีกฝ่ายนะครับ แค่รู้สึกว่าทำไมเขาถึงไม่ตรวจดีเอ็นเอ คือทุกคนก็อยากให้ตรวจ เพราะทุกอย่างจะได้จบ ไม่ว่าจะใช่ลูกหรือไม่ใช่ลูกมันไม่ใช่ปัญหาอยู่แล้ว ตอนนี้แค่อยากให้เรื่องมันกระจ่างน่ะครับ คือถ้าใช่ลูกก็คือใช่ แต่ถ้าไม่ใช่ก็โอเค เพราะถ้ายิ่งอยู่อย่างนี้มันก็ยิ่งแย่ลงๆ ไม่เห็นมีอะไรดีขึ้นเลยตั้งแต่วันแรก”

“ตอนนี้ก็เห็นใจเขามากครับ เพราะเขาก็เครียดมาก คือผลงานก็กำลังจะออกมา กำลังจะได้ไปทัวร์คอนเสิร์ต มีหนังจะได้เล่น แต่ตอนนี้ทุกอย่างโดนยกเลิกหมด เขาก็เครียดมาก แต่เวลาไปเจอเขาก็พยายามแสดงอาการว่าไม่เครียด ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็มีอีก แต่เรารู้ว่าในใจเขาเครียดมาก”

“ไปเจอเขาครั้งล่าสุดเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ที่บ้านเขาครับ คือเราเอาของไปให้เขา ก็ถามเขาว่าเป็นยังไงบ้าง ไม่ต้องคิดมาก ก็ให้กำลังใจเขาให้สู้ๆ ต่อน่ะครับ เขาก็ไม่ได้เล่าเรื่องอะไรให้ฟังนะครับ แต่เขาบอกว่าเรื่องหนังอาจจะไม่มีนะ เขาแค่บอกว่างานเขาจะมีหรือไม่มีอะไรน่ะครับ สภาพเขาก็ดูว่าโทรมอย่างเห็นได้ชัดเลย แต่ว่าเขาก็จะพยายามสดใสร่าเริงหัวเราะต่อหน้าพวกเรา เพราะเขาเคยบอกกับพวกเราไว้ว่าห้ามร้องไห้ ถ้าพวกเราร้องไห้เขาจะยิ่งเจ็บมากกว่า เพราะว่าเขาเป็นคนทำเรื่องขึ้นมา ไม่อยากให้เราเครียด เขาก็พยายามทำตัวไม่เครียดเวลาเราไปเจอทุกครั้ง”

ยันไม่เคยผิดหวังในตัวนักร้องหนุ่มไม่ว่าจะเคยมีข่าวอะไรมาก็ตาม และจะยังคงเฝ้าดูอาการอยู่ที่โรงพยาบาลต่อไปจนกว่านักร้องหนุ่มจะออกจากโรง พยาบาลได้

“พวกเราไม่เคยผิดหวังอะไรในตัวเขานะครับ ไม่ว่าเขาจะเคยมีข่าวอะไรมาก็ตาม เพราะว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดมามันเป็นเรื่องส่วนตัวของเขา และที่พวกเรามาตามฟิล์มอย่างนี้ไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะต้องเป็นคนดี ไม่มีอะไรผิดเลยก็คงเป็นไปไม่ได้ แต่ที่พวกเรามาชอบฟิล์มก็เพราะเขาเป็นคนน่ารัก เป็นกันเองเวลามาเจอกัน ทุกคนก็ได้รับความรู้สึกดีๆ จากฟิล์มทุกคน ไม่มีใครที่มาแล้วไม่รักฟิล์ม เราไม่เคยติดใจเบื้องหลังของเขาเลยครับ เราพร้อมที่จะสนับสนุนเขาตลอดไม่ว่าเขาจะเกิดอะไรขึ้น”

“ข่าวที่เกิดขึ้นไม่มีผลกระทบอะไรกับแฟนคลับเลยครับ อาจจะแค่รู้สึกตกใจ ยิ่งมีข่าวอย่างนี้เราก็ยิ่งรักฟิล์ม และยิ่งให้กำลังใจฟิล์มมากขึ้นกว่าเดิมครับ แล้วก็ไม่มีจำนวนลดน้อยลงเลยครับ กลับยิ่งมากขึ้นด้วย ทุกคนยิ่งรัก ยิ่งให้กำลังใจ ยิ่งอยากจะทำอะไรหลายๆ อย่างให้ฟิล์มอีก”

“ต่อจากนี้ถ้าฟิล์มยังอยู่โรงพยาบาลพวกเราก็ต้องมาทุกวันอยู่แล้วครับ เดี๋ยวจะมีแฟนคลับจากต่างจังหวัดตามมาอีกครับ คิดว่าน่าจะมาอีกเกือบ 20 คนครับ เพราะว่าช่วงนี้น้องๆ เขาติดสอบกัน อย่างบางคนก็โดดงานมาบ้างก็มีครับ เพราะจริงๆ วันนี้เรานัดกันว่าจะเอาของไปให้ฟิล์มที่บ้าน แต่พอดีว่าเกิดเรื่องก่อน ก็เลยเปลี่ยนจากที่บ้านมาที่โรงพยาบาลก่อน แต่ก็รู้ว่าพวกเราคงไม่ได้เข้าไปเยี่ยมหรอกครับ เพราะเขาก็อยู่ที่ไอซียู ไม่ได้หวังว่าจะได้เข้าไปเยี่ยมอยู่แล้ว แต่ก็คงจะฝากทางครอบครัวเขาว่าพวกเรามาเยี่ยม อยากให้เขารู้ว่าพวกเรายังคงให้กำลังใจเขาอยู่ ยังมาเยี่ยมน่ะครับ”